ก่อนอื่นก็ขอกล่าวคำว่า “สวัสดีปีใหม่ 2555″ สำหรับทุกๆคนครับ ขอให้ได้รับแต่สิ่งที่ดีเข้ามาในชีวิต มีสุขภาพแข็งแรง มีทรัพย์จนนับไม่ทัน มีจิตใจเบิกบานทุกวัน…..
ปีเก่าที่ผ่านมา ผมเจอภาวะงานที่ค่อนข้างหนาแน่นไปด้วยตัวแปรอิสระที่ไม่ทราบค่า ต้องแก้สมการชีวิตด้วยจิตและสมาธิที่มีอยู่ ผมขอขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆในองค์กร และกำลังใจ ความช่วยเหลือจากพี่ เพื่อน และน้องๆที่น่ารักจากภายนอกองค์กรทุกคน ขอบคุณจริงๆครับ…..ทุกคนสุดยอดเลยสำหรับผม
ปี 2555 นี้ สำหรับผมเองนั้นถือว่าเป็นปี พ.ศ. อารมณ์ดี อยากให้ทุกคนมีอารมณ์ดีทุกวัน ยิ้มแย้มแจ่มใส หัวใจเบิกบาน……สวัสดีปีใหม่ 2555 ครับ
เข้ามาทิ้ง Email,facebook กันได้เลย ก็มีอยู่ทางเดียวที่เราสามารถติดต่อกันได้
Ta_nomsak@hotmail.com

ในช่วงนี้เราจะเห็นได้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่ก่อให้เกิดภัยพิบัติต่อโลกของเราอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์สึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น แผ่นดินไหวในประเทศพม่า รวมทั้งปัญหาน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม ทางภาคใต้ของประเทศไทยอันเนื่องมาจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายวัน ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสภาพทางภูมิศาสตร์ที่มีผลต่ออนาคต ในเรื่องดังกล่าวได้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ออกมาแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ข้อมูลและความรู้มากมายเพื่อที่เราจะได้เตรียมตัวระมัดระวัง ป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างทันท่วงที ผมมีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการจำลองแผนที่ในอนาคตที่มีสาเหตุมาจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ และปริมาณความร้อนในชั้นบรรยากาศโลกที่ส่งผลกระทบต่อการละลายของน้ำแข็งที่ขั้วโลกจนทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
จากการที่มีนักวิชาการและข้อมูลจากองค์การนาซ่าคาดการณ์ไว้ว่าในอนาคตอีก 30 ปีข้างหน้า ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นอีกประมาณ 7 เมตร หรือเฉลี่ยปีละประมาณ 24 เซ็นติเมตร เราสามารถจำลองการเพิ่มระดับน้ำทะเลเพื่อให้เห็นสภาพของแผนที่ในอนาคตได้ จากภาพด้านบนเป็นการจำลองสภาพการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น 7 เมตรในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส พื้นที่สีน้ำเงินคือส่วนที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในอีก 30 ปีข้างหน้า จะเห็นได้ว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเรียงลงมาตั้งแต่ อ.บาเจาะ อ.ยี่งอ อ.เมือง อ.สุไหงปาดี และ อ.ตากใบ
คุณสามารถจำลองสภาพการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ด้วยตนเองในทุกพื้นที่ทั่วโลกโดยเข้าไปที่เว็บไซต์ http://flood.firetree.net/?ll=6.1979,102.2827&z=8 อย่างไรก็ตาม การจำลองดังกล่าวเป็นเพียงเพื่อการแสดงให้เห็นความน่าจะเป็นในอนาคตที่เกิดจากสภาพแวดล้อมโดยมนุษย์เท่านั้น ถ้าเราไม่ร่วมมือกันในการอนุรักษ์ธรรมชาติ ปัจจัยทั้งหมดในการลดภาวะโลกร้อน การนำพลังงานทดแทนมาใช้ประโยชน์ รวมทั้งปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องที่มีผลทำให้เกิดผลกระทบกับเรื่องดังกล่าวน้อยที่สุด แผนที่ในอนาคตที่เราเห็นก็คงไม่เป็นความจริง โลกใบเล็กที่เราอาศัยก็จะอยู่เคียงคู่กับมวลมนุษยชาติไปอีกนานแสนนาน…..
วันพฤหัสบดีที่ 17 ก.พ 54 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเดินทางไปเป็นตัวแทนศูนย์สอบ ของการจัดสอบ O-NET ระดับ ม.6 ณ สนามสอบโรงเรียนเบตง (วีระราษฎร์ประสาน) อ.เบตง จ.ยะลา การเดินทางไปเบตงครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ของผม และเป็นครั้งที่ 2 ของการเดินทางไปเป็นตัวแทนศูนย์สอบที่โรงเรียนเบตง ครั้งนี้มีผู้ร่วมเดินทาง 4 คน นอกจากผมแล้วยังมี ผศ.กฤษกร ไชยยาว คุณจิรวดี ฐานันดรศักดิ์ หรือคุณเชอรี่ และพนักงานขับรถ ในวันที่ 17 ก.พ ทีมงานของเราต้องเดินทางไปประชุมชี้แจงรายละเอียดการสอบกับครูอาจารย์ที่โรงเรียนเบตง ในเวลา 15.00 น. ดังนั้นผมและทีมงานหลังจากเบิกข้อสอบกันเสร็จกว่าจะออกเดินทางก็ประมาณ 08.30 การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น ถึงแม้พนักงานขับรถจะออกตัวว่ากำลังเมารถในช่วงโค้งก่อนถึงเบตงก็ตาม การประชุมในวันนั้นดำเนินไปได้ด้วยดี ผมและ ผศ.กฤษกร ชี้แจงข้อกำหนดการสอบและตอบข้อซักถามของครูอาจารย์โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นก็นำข้อสอบไปเก็บ ณ ห้องที่ทางโรงเรียนจัดไว้
วันศุกร์ที่ 18 ก.พ เป็นวันว่างของเราหนึ่งวัน แต่ช่วงบ่ายเราคุยกันว่าจะเดินทางเข้าไปในโรงเรียนเพื่อช่วยดูความเรียบร้อยของห้องสอบ เนื่องจากทางโรงเรียนแจ้งเราเมื่อวานว่าจะจัดห้องสอบในวันนี้ตอนเช้า ผมและทีมงานเลยคุยกันว่ามาถึงเบตงแล้วน่าจะเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวของเขาบ้างที่ใช้เวลาและระยะทางไปไกลเกินไปนัก โดยเราเริ่มกันที่บ่อน้ำร้อน สวนดอกไม้เมืองหนาว แล้วจบที่อุโมงค์ปิยะมิตร แต่ละสถานที่มีความเป็นมาอย่างไร ผมไม่ขอเล่านะครับ เพราะแต่ละที่สามารถค้นหาคำตอบได้ในโลกออนไลน์
วันเสาร์อาทิตย์ที่ 19-20 ก.พ การสอบก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น มีเพียงปัญหาเรื่องนักเรียนลืมบัตร เล็กน้อยในการสอบวิชาแรก หลังจากนั้นก็ราบรื่นทั้งสองวัน ในวันอาทิตย์ที่ 19 ก.พ เวลาประมาณ 12.00 น. ท่าน ผศ.ดร. จงรัก พลาศัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และคณะ ก็ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่และการสอบที่โรงเรียนเบตงด้วย
วันอาทิตย์ที่ 20 ก.พ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการสอบ ทีมงานเรายังพักเบตงอีกหนึ่งคืน ในวันรุ่งขึ้นเราเดินทางกลับถึงนราธิวาสโดยสวัสดิภาพในเวลาประมาณ 15.00 น.




เมื่อวันเสาร์ที่ 15 มกราคม 2554 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสนำ นศ. ไปสอบข้อเขียนโครงการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ที่เขตโคกเขือของมหาวิทยาลัยฯ หลังจากที่ส่ง นศ. เข้าห้องสอบเป็นที่เรียบร้อย ก็ได้มีโอกาสเดินชมบรรยากาศและทัศนียภาพของมหาวิทยาลัยฯ บริเวณอาคารแผนกช่างอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเคยเป็นที่ทำงานเก่าของผม และได้ถ่ายภาพบางส่วนมาเก็บไว้ ก็อดไม่ได้ที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง
ภาพแรกที่มองเห็น ผมถ่ายจากหลังป้ายแผนกช่างอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งแต่เดิมถ้าถ่ายในจุดเดียวกันเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว ก็จะเป็นต้นไม้ใหญ่หลายต้น มีวัวของชาวบ้านที่นำมาเลี้ยงจนกลายเป็นภาพที่ชินสายตา ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงสภาพเป็นอาคารคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่หลงเหลือร่องรอยความเป็นป่าเหมือนเมื่อก่อนแม้แต่นิดเดียว
![15012011198 [800x600]](http://www.somphop.com/wordpress/wp-content/uploads/2011/01/15012011198-800x600-300x225.jpg)
ภาพถัดมา เป็นภาพที่ถ่ายจากด้านข้างของอาคารแผนกช่างอิเล็กทรอนิกส์ ไปยังบริเวณเยื้องด้านหลังของแผนกฯ ซึ่งแต่เดิมก็มีต้นไม้ใหญ่น้อยค่อนข้างหนาแน่น ผมเคยใช้บริเวณนี้เป็นจุดทดสอบประสิทธิภาพการบินของเครื่องบินไฟฟ้ากับอาจารย์อมรพงศ์ จำได้ว่าเมื่อเกิดข้อผิดพลาดจนเครื่องบินไปติดอยู่บนยอดกิ่งไม้ มักจะขอแรงนักศึกษาในแผนกฯ ช่วยปีนต้นไม้กันจนเหนื่อยอยู่เป็นประจำ
ก่อนเดินทางพา นศ. กลับในวันนั้น ได้มีโอกาสพบปะครูอาจารย์ในแผนกช่างอิเล็กทรอนิกส์หลายท่าน ซึ่งกำลังจัดเตรียมความพร้อมการแข่งขันหุ่นยนต์ ในวันช่วงวันสถาปนามหาวิทยาลัยฯ ในเดือนหน้า ก็ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องหุ่นยนต์ต้นแบบที่จะใช้ในการแข่งขันอยู่ถึงเที่ยงวันของวันนั้น จากนั้นก็นำ นศ. ที่มาด้วย พาไปเยี่ยมชมอาคารสำนักงานอธิการบดี และอาคารอื่นๆ แถวบือราเป๊ะ เพื่อให้เขาได้มีโอกาสเห็นการพัฒนาของมหาวิทยาลัยฯ แล้วก็เดินทางกลับ……
![DSC02615 [800x600]](http://www.somphop.com/wordpress/wp-content/uploads/2011/01/DSC02615-800x600-300x225.jpg)
ช่วงเวลาวันหยุดของผมไม่ว่าจะเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือเสาร์อาทิตย์ไหนที่ไม่มีภารกิจอื่น ๆ งานอดิเรกที่กลายเป็น
งานประจำจนแยกกันไม่ออกก็คือ การที่ได้นั่งในห้องทำงานที่บ้านเพื่อบริการเครื่องใช้ไฟฟ้าของคนในชุมชนที่ผมอยู่
รวมระยะเวลาประมาณ 19 ปี จนเป็นที่รู้กันว่าถ้างานไหนไม่รีบใช้จนเกินไปก็ต้องเจอกัน แต่ถ้ารีบด่วนก็จะมีร้านบริการที่เปิดเป็นทางการที่บ้านโคกมะม่วง จากสถิติงานของผมพบว่าร้อยละประมาณ 80% จะเป็นเครื่องรับโทรทัศน์เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นก็ตั้งแต่สากกระเบือ ยันเรือรบ แต่ก็อยู่ในเรื่องราวหลักคือเครื่องใช้ไฟฟ้า ด้วยความที่คนในชุมชนทราบดีว่าผมทำหน้าที่เป็นครูช่างในสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นการขอความช่วยเหลือจึงเป็นเรื่องปกติ และทราบดีว่าภารกิจด้านเวลาที่ว่างเว้นของผมเองนั้นคือช่วงค่ำ และวันหยุด ส่วนมากผมจะถามทุกคนที่นำอุปกรณ์เครื่องใช้มาทำการรักษาว่า “รีบไหม” ถ้ารีบก็ขอให้ไปที่ร้าน ถ้าไม่รีบก็ด้วยความยินดีครับ จากนั้นผมจะขอเบอร์โทรศัพท์และบันทึกอาการเสีย รายละเอียดต่างๆ ไว้เป็นฐานข้อมูลแล้วดำเนินการตามคิวและเวลาที่ผมมี ส่วนมากจะเป็นเวลากลางคืน และวันหยุด ช้าสุดๆ ก็ประมาณ 1 เดือน เพราะบางเครื่องต้องรอสั่งอะไหล่ ในกรณีที่อาการบาดเจ็บสาหัสมากๆ อย่างเร็วก็ 15 นาที หรือวันสองวันในกรณีที่บาดเจ็บเล็กน้อย ถึงปานกลาง….
![DSC02618 [800x600]](http://www.somphop.com/wordpress/wp-content/uploads/2011/01/DSC02618-800x600-300x225.jpg)
ดูจากภาพแล้ว ในห้องทำงานส่วนตัวผมจะเหมือนร้านค้าหรือศูนย์บริการขนาดย่อม แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่ครับ ความตั้งใจของผมจริงๆ ตอนสร้างบ้านเสร็จใหม่ๆ เจตนาจะให้ห้องทำงานเป็นห้องทดลอง ค้นคว้า พัฒนาวิชาชีพให้กับตนเอง ไม่ให้ความรู้สูญหายไปกับสายน้ำ หรือสวนกระแสกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จนผมเองตามไม่ทัน นั่นหมายถึงอันตรายที่กำลังมาเยือนโดยไม่รู้ตัว ว่าเราเองเป็นบุคลากรทางการศึกษาที่ต้องพัฒนาวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการพัฒนาตนเองด้วยตัวเราเองจากโอกาสที่ควรแสวงหาโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร หรือรอการอบรมจากหน่วยงานไหนๆ ก็ตาม ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วจะทำให้ตัวผมเองต้องวิ่งตามเทคโนโลยีอย่างเหน็ดเหนื่อย เพราะสิ่งต่างๆ ที่เก็บเกี่ยวได้ในแต่ละวันจะต้องถูกนำไปถ่ายทอดให้กับนักศึกษาในห้องเรียน และเผยแพร่ให้กับบุคคลอื่น ตามโอกาสอันควร
![DSC03978 [800x600]](http://www.somphop.com/wordpress/wp-content/uploads/2011/01/DSC03978-800x600-300x225.jpg)
สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับผมเองแล้วคือ “การอ่าน” ซึ่งจำความได้ก็กลายเป็นหนอนหนังสือตั้งแต่อายุน้อยๆ เริ่มจากการอ่านหนังสือการ์ตูน วารสาร ตำราต่างๆ ที่สนใจ ในแต่ละเดือนผมหมดค่าใช้จ่ายส่วนตัวไปกับการซื้อวารสาร หนังสือ ซึ่งก็ไม่กี่บาทแต่ซื้อหาอ่านอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะวารสารในสาขาวิชาชีพประมาณ 2-3 ฉบับต่อเดือน งบประมาณส่วนนี้ก็ไม่ได้มาจากไหนครับ มาจากค่าบริการงานซ่อมของคนในชุมชน ที่ผมคิดเป็นค่าไฟฟ้าไม่ถึงร้อยบาทในการบริการแต่ละเครื่อง นอกจากเครื่องไหนที่เจ้าของต้องแบกภาระค่าอะไหล่สูงมากอยู่แล้ว ก็ไม่คิดแม้แต่บาทเดียว บางคนบอกจะบ้าเหรอพี่ อุตส่าห์นั่งซ่อมทีวีให้อยู่ตั้งหลายวันขอค่าไฟ้าแค่สิบบาท หรือบางครั้งก็หยอกเล่นผมขอแค่บาทเดียว สิ่งต่างๆ เหล่านี้ผมถือว่าเขาเอามาสเตอร์ประสบการณ์มาให้ดีกว่าที่เราไปเดินขอเครื่องมาซ่อมเพื่อหาความรู้ บางคนอาจไม่คิดเหมือนผมแต่ผมคิดแบบนี้ เพราะบริบทของคนในชุมชนที่ผมอาศัย มีรายได้น้อย ภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลบุตรหลานในเรื่องการศึกษาก็มากพอสมควร กว่าจะเก็บเงินซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าได้แต่ละชิ้นก็ใช้เวลานาน การที่เราใช้วิชาชีพช่วยเหลือคนในสังคมที่เราอาศัยและอยู่ร่วมกันก็น่าจะเพียงพอ อย่างน้อยผมก็ถือว่าสิ่งที่ผมทำเป็นงานอดิเรก เพราะมีงานประจำทำอยู่แล้ว ถึงแม้ว่างานอดิเรกที่ผมทำอยู่จะเสมือนเป็นงานประจำก็ตามที….

พรุ่งนี้เป็น “วันครู” พอถึงวันครูทีไร ผมนึกถึงครูอาจารย์ทุกคนที่สั่งสอนผม และให้ความรู้กับผมตั้งแต่ชั้นอนุบาล(สมัยผมเรียก ป.เตรียม) จนถึงปัจจุบันที่กำลังศึกษาอยู่ แต่มีคุณครูในดวงใจผมท่านนึงที่ประทับใจผมมาก ๆ คือ”คุณครูดารุนณี
ขันสาคร” เป็นครูประจำชั้นผม เมื่อครั้งผมเรียนอยู่ ม.3/4 โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม อ.เมือง จ.สุโขทัย คุณครูดารุนณีเป็นครูสอนวิชาภาษาไทย เอาใจใส่ดูแลผมและเพื่อนๆ ทุกคน เป็นคุณครูใจดีในเวลาเรียน และใจร้ายในเวลาที่เราทำผิด คุณครูให้ความรู้เรื่องภาษาไทยผมเป็นอย่างดี โดยเฉพาะช่วยเหลือ และเป็นกำลังใจให้ผมในเรื่องการแต่งกลอน จนผมได้รับรางวัลชนะเลิศการแต่งกลอนเนื่องในวันสุนทรภู่ ในปีการศึกษา 2526 ปัจจุบันคุณครูดารุนณี ปฏิบัติราชการที่โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา 2 อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เนื่องในโอกาสวันครูในปีนี้ ผมขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จงดลบันดาลให้คุณครูของผมทุกคน มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรง และมีพลังกาย พลังใจในการทำหน้าที่เป็นเรือจ้างลำน้อยที่มีคุณภาพของสยามประเทศ สืบไป….
แล้วคุณล่ะ….คุณครูในดวงใจเป็นใครบ้าง เล่าให้กันฟังบ้างนะครับ
เพียงเพื่อสร้างเพื่อก่อเพื่อทอฝัน
เพียงเจ้านั้นถึงฝั่งยังจุดหมาย
เพียงแสงเทียนดับความเขลาเจ้ามลาย
เพียงเรือพายตามรอยพ่อ…ที่พอเพียง
สมภพ ผดุงพันธ์ ผู้ประพันธ์
(ไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่ขอเครดิตนามผู้ประพันธ์)
หมวดหมู่ “สัพเพเหระ” ตั้งใจจะให้เป็นหมวดหมู่ที่ไม่จัดเป็นสาระมากมายนัก เขียนได้ทุกเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับหมวดหมู่หลักที่จัดไว้ รวมทั้งเรื่องของคุณ ๆ ทั้งหลายที่เขียนกันเข้ามา ก็จะถูกนำมาโพสกันในหมวดหมู่นี้ด้วยครับ …
![DSC02465 [800x600]](http://www.somphop.com/wordpress/wp-content/uploads/2011/01/DSC02465-800x600-300x225.jpg)
| อิเล็กทรอนิกส์ |
| ความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน[ทฺรอ] น. หมายถึง วิทยาศาสตร์กายภาพแขนงหนึ่งที่นํามาประยุกต์ใช้กับการศึกษาวงจรไฟฟ้าที่ใช้สารกึ่งตัวนําและอุปกรณ์อื่น ๆ ซึ่งควบคุมการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนได้. (อ. electronics). |
เรามักเห็นคำว่า electronics หรือ อิเล็กทรอนิกส์ ที่เขียนเป็นภาษาไทย มักจะใช้กันผิดบ่อยๆ ในหนังสือ ตำรา วารสาร สื่อสิ่งพิมพ์ หรือในสื่อออนไลน์ทุกประเภท ตัวอย่างการเขียนที่ผิด เช่น
- อิเล็คทรอนิคส์
- อิเล็คโทรนิคส์
- อิเล็คทรอนิกส์
- อิเล็กโทรนิคส์
- อิเลคทรอนิคส์
- อิเล็กทรอนิคส์แม้กระทั่งวารสารในสาขาอิเล็กทรอนิกส์บางฉบับ ที่ตีพิมพ์เผยแพร่และจำหน่ายในท้องตลาดบางฉบับก็ยังใช้คำที่ผิด ดังนั้นคำที่ถูกต้องในภาษาไทยคือคำว่า
“อิเล็กทรอนิกส์”

สวัสดีครับ สวัสดีพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ลุงป้าน้าอา และแฟนคลับของผมทุกคน ก่อนอื่นต้องขออภัยด้วยครับที่อยู่ๆ เว็บผมก็มีหน้าตาเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังเท้า โดยไม่ทิ้งร่องรอยของเดิมเหลือไว้เลย เหตุผลน่ะหรือครับ ไม่ใช่ว่าเกิดเหตุขัดข้องเรื่องระบบ หรือผมทำอะไรผิดพลาดหรอก แต่เป็นเพราะผมไตร่ตรองอยู่นานมากแล้วว่า เว็บของผมนั้นมันจะไม่ใช่แบบนั้นเด็ดขาด เพราะมันมีสาระมากเกินไปนั่นเอง หลายคนคงคิดว่า อ้าว….จะบ้าเหรอ ก็สาระมากนั่นแหละดีแล้ว ไปเปลี่ยนทำไม แต่ผมคิดว่ามันผิดความตั้งใจของผมนะซิ ผมตั้งใจอยากจะให้เว็บผมนั้นเป็นเสมือนมุมพักผ่อน มีคนแวะมานั่งทักทายคุยกัน จิบน้ำชา กาแฟ แบบว่าไม่ต้องนั่งนานก็ได้ (เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องอื่น)แต่มานั่งคุยกันอยู่เรื่อยๆ มีอะไรก็มาแลกเปลี่ยนกัน คุยกันสองสามคำก็แล้วเดินหนีไปก็ได้ แต่อยากให้เดินกลับมาแวะอยู่เรื่อยๆ เรื่องที่คุยกันก็คุยได้ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงาน เรื่องครอบครัว ประสบการณ์ มาบ่น มาระบาย อาจจะมีสาระหรือไม่มีก็ได้ แต่อยู่ในขอบเขตที่ทุกคนทราบดีว่าในสังคมออนไลน์เราเผยแพร่ได้ประมาณไหน และแล้วก็ออกมาอย่างที่เห็นครับ ขอบอกไว้ก่อนว่าเว็บผมไม่เน้นความสวยงาม แต่เน้นระบบที่เอื้ออำนวยในการโพสเรื่องราว และสามารถให้คนอื่นมาคอมเมนต์ หรือเสนอแนะความคิดเห็น แลกเปลี่ยนทัศนคติกันได้ ที่สำคัญระบบดังกล่าวต้องง่าย ไม่ซับซ้อนจนเกินไป มีความปลอดภัยของระบบ รวมทั้งมีเสถียรภาพของระบบที่ดี แต่อย่าตกใจนะ ถ้าผมเบื่อหน้าตาเว็บขึ้นมาผมอาจจะเปลี่ยนแปลงบ้างเป็นครั้งคราว เปลี่ยนเฉพาะหน้าตาครับ แต่ข้อมูลต่างๆ ยังคงไว้เหมือนเดิม เอาเป็นว่าขอให้ somphop.com เป็นมุมพักผ่อน หรือศาลาพักใจของทุกๆคนก็แล้วกัน อย่าลืมแวะมาทักทายกันเรื่อยๆ นะครับ ……